บทเรียนชีวิตโยเซฟ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - การพัฒนาชีวิตฝ่ายวิญญาณ

บทเรียนชีวิตโยเซฟ


คนที่พระเจ้าใช้ ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีนิมิตหมาย เป็นคนที่มีความตั้งใจ มีเป้าหมาย มีความฝันในชีวิต และปรารถนาอยากจะเห็นสิ่งที่ฝันเกิดขึ้นจริงในชีวิต หรือแม้แต่คนในโลกนี้ไม่รู้จักพระเจ้าที่มีเป้าหมาย มีความฝัน ยังสามารถพาตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้ ยิ่งกว่านั้นเราในฐานะที่เป็นคริสเตียน ถ้าเราปรารถนาจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นผู้ที่พระเจ้าใช้อย่างมาก จะต้องเริ่มต้นมีความฝัน มีนิมิต เป้าหมาย แตะตั้งใจจะกระทำให้สำเร็จเช่นเดียวกัน
จากพระธรรมปฐมกาล บทที่ 37-50 กล่าวถึงบุคคลผู้หนึ่งซึ่งเป็นนักฝัน และความฝันของเขาได้กลายเป็นความจริงในชีวิตชื่อ โยซฟ โยเซฟเป็นบุตรคนเล็กสุดของยาโคบ พี่ชายของโยเซฟทั้ง 11 คนนั้น ไม่พอใจโยเซฟเพราะคิดว่าบิดา ยาโคบนั้นลำเอียงรักโยเซฟมากกว่าตน พี่ชายชิงชังโยเซฟมากขึ้น เมื่อโยเซฟได้เล่าความฝันให้พี่ชายฟัง จนตั้งฉายาให้โยเซฟว่า “ เจ้าช่างฝัน ” (ปฐก.37:6-11) โยเซฟกล่าวว่า “  ฟังความฝันซึ่งฉันฝันเห็นพวกเรากำลังมัดฟอนข้าวอยู่ในนา ทันใดนั้น ฟอนข้าวของฉันตั้งขึ้นยืนตรง แต่ฟอนข้าวของพี่ ๆ มาแวดล้อมกราบไหว้ฟอนข้าวของฉัน ” ( ปฐก.42:6,9 ) พี่ชายของโยเซฟได้มากราบไหว้โยเซฟก้มหน้าลงถึงดิน

บทเรียนจากความผันในชีวิตของโยเซฟ 9 ประการ

1. ความฝันนั้นเราไม่ควรบอกผิดคน ผิดกาลเทศะ


โยเซฟได้เล่าความฝันให้กับพี่ชายซึ่งชังโยเซฟอยู่ทำให้ต้องทนทุกข์ แทนที่จะบอกกับพ่อคือยาโคบถ้าเรามีความฝัน มีนิมิต แล้วนำไปบอกผิดคน ผิดกาลเทศะ จะเป็นอันตรายแกเราได้

คน 3 ประเภท ที่ไม่ควรบอกความฝันกับเขา

1.1   คนที่เกลียดชังเรา เมื่อโยเซฟไปเลี้ยงสัตว์กับพี่ชาย ก็จะนำเรื่องความผิดต่าง ๆ ของพี่ชายมาเล่าให้พ่อฟังทำให้พี่ชายไม่พอใจและชังโยเซฟ การที่เรามีความฝัน มีนิมิต นำไปบอคนผิด แม้หวังดี เขาอาจไม่พอใจ ไม่ชื่นชมกับเราด้วย

1.2   คนที่อิจฉาริษยาเรา ยาโคบนั้นทำเสื้อแขนยาวให้กับโยเซฟใส่ในการออกไปเลี้ยงสัตว์ หมายถึงโยเซฟทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้จัดการปศุสัตว์ ส่วนพี่ชายทำงานหนักกว่า  ความอิจฉาของพี่ชายรู้สึกว่าพ่อลำเอียง ความอิจฉาจะเกิดเมื่อมีคนทำในสิ่งที่เราทำไม่ได้  คนที่อิจฉาไม่อยากให้ใครได้ดีกว่าตัวเอง โยเซฟได้พูดนิมิตของตนเองให้พี่ชายซึ่งอิจฉาโยเซฟฟัง คริสตจักรที่อิจฉาคริสตจักรหนึ่งเพราะปมด้อยที่รู้สึกตนองทำไม่ได้

1.3   คนที่มีความหยิ่ง เมื่อโยเซฟเล่าความฝันให้พี่ชายฟัง ปฐก.32:8 พี่ชายถามว่า “เจ้าจะปกครองเรากระนั้นหรือ เจ้าจะมีอำนาจครอบครองเราหรือ” เลือดความหยิ่งขึ้นหน้า เพราะต้องก้มกราบน้องเกิดความไม่พอใจโกรธแค้น เช่น ถ้าเรามีนิมิตแห่งหนึ่ง ประกาศว่าเราจะเป็น  ศิษยาภิบาลโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ นั่นอาจจะไปทำให้คริสจักรทีเขามีอยู่แล้วไม่พอใจและมีความรู้สึกว่าเราไปฉีกหน้าเขาก็ได้

2. ความฝันนั้นจะต้องอยู่ในแผนการของพระเจ้า


หมายความว่า เราไม่ฝันเกินพระเจ้า และเราต้องอยู่อยู่ในแผนการของพระเจ้า ความฝันครั้ง 2 (ปฐก.37:9) ของโยเซฟ ฝันว่า เห็นพวกอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวสิบเจ็ดดวงมากราบไหว้ตน บิดาของโยเซฟจึงได้เตือนโยเซฟ ว่าสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นจริง บิดามารดาไม่เคยได้มากราบไหว้โยเซฟ บางครั้งเราอาจฝันที่เกิดจากการคิดเข้าข้างตนเอง ดังนั้นเราต้องแยกว่าฝันนั้นมาจากพระเจ้าหรือไม่ ตรงกับนิมิตพระเจ้าหรือไม่ เช่น บางคนไปท้าทายบอกคนอื่นว่าพระเจ้าสัญญาว่าเราจะรวยที่สุดในโลก พระเจ้าบอกว่า “เราจะรวย” แต่ไปเติมเองว่า “เราจะรวยที่สุด” ในที่สุดความฝันจะล้มเหลว เราอาจจะได้นิมิตจากคนอื่นได้ เช่น ผ่านทางผู้นำ แม้เราไม่ได้รับโดยตรงจากพระเจ้าแต่ต้องถูกหลักการพระคัมภีร์

3. ความฝันหรือนิมิตของพระเจ้าต้องมีการต่อสู้


โยเซฟถูกพี่ชายคิดร้ายจะฆ่าเสีย เขาพูดว่า “เจ้าช่างฝันมานี้แล้ว ให้พวกเราฆ่าเขาเสีย” (37:19) แผนการใด ๆ ที่มาจากพระเจ้าจะมีการต่อสู้ ไม่ได้เดินอย่างราบรื่น เราจึงไม่ควรท้อใจ เมื่อความฝันของเราถูกทำให้ก้าวไปอย่างยากลำบาก เกิดการต่อต้าน มีการพยายามจะต่อสู้แผนการของพระเจ้า แต่มนุษย์จะชนะแผนการของพระเจ้าไม่ได้ พระเจ้าจะช่วยเสมอ ถ้าเรารอเพียงสภาพแวดล้อมดี ราบรื่น นั่นไม่ใช่มากจากพระเจ้า เราต้องคาดหวังการต่อสู้ บางคนเป็นคริสเตียนทำไมลำบากเช่นนี้ ครอบครัวต่อต้าน ขาดเพื่อน มีปัญหามากมาย นิมิตจากพระเจ้าต้องมีการต่อสู้ แต่พรเจ้าจะเป็นผู้ช่วยเรา

4. เมื่อมีความฝันจะต้องมีการเผชิญปัญหา


ไม่ใช่การต่อต้านเท่านั้น แต่จะเจอปัญหาจริง (37:25-28) โยเซฟถูกขายให้กับคนอิชมาเอล เป็นเงิน 20 เชเขลให้เป็นทาส โยเซฟพูดว่าจะเป็นใหญ่ แต่กลับตกต่ำที่สุด  บางที่เราก็เหมือนกับว่ากำลังพ่ายแพ้ แทนที่จะเป็นอย่าที่คิด, ตั้งใจไว้ แต่กลับแย่ลงกว่าเก่าอีก เราอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาที่กระหน่ำเข้ามา เป็นเวลาที่พระเจ้าทดสอบ ความเข้มข้นในนิมิตของเรา สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์กับนิมิตที่เราได้รับ ปัญหาเป็นตัวทดสอบความตั้งใจว่าเรามีนิมิตจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคำพูด ความฝันจะเกิดขึ้นจริงต้องมีการเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นแม้ดูเหมือนหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม แต่พระเจ้าก็จะช่วยเหลือและรับรองในที่สุดเมื่อเราเดินกับพระเจ้าอย่างไม่ลดละท้อถอย

5. บุคคลที่มีนิมิตต้องจำเริญขึ้นและทำทุกอย่าง อย่างดีที่สุด

โยเซฟอยู่ที่ไหน ทำอย่างดีที่สุดเสมอ ตอนเด็กไปเลี้ยงสัตว์ทำดีเสมอและรู้ถึงความผิดพลาดของพี่ชาย แล้วนำมาแจ้งให้บิดาทราบ และเมื่อถูกขายไปเป็นทาสของโปทิฟาห์ที่อียิปต์ ก็ถูกยอขึ้นให้ดูแลทุกอย่างในบัญชีธุรกิจของตน ครั้งหนึ่งโยเซฟติดคุกเพราะถูกใส่ร้าย ผู้คุมก็มอบนักโทษให้อยู่ภายใต้การดูของโยเซฟ จนกระทั่งบั้นปลายโยเซฟได้ถูกฟาโรห์ยกขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศอียิปต์ และเป็นที่ไว้วางใจของฟาโรห์มาก ทำดีที่สุดในทุกสถานการณ์ ทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กน้อย นั่นจะพิสูจน์งานอันยิ่งใหญ่ที่จะตามมา ทำอย่างเต็มที่และดีเลิศในทุกงาน โดยไม่ต้องรอให้มีตำแหน่งที่สูงก่อนแล้วจึงดี คนที่ประสบความสำเร็จได้ ทำดีที่สุดแม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราทำหน้าที่เดินถุงถวาย ก็ทำอย่างดีที่สุด งานเล็กน้อยจะพิสูจน์งานใหญ่ที่จะมีมาในอนาคต หรือบางคนมีนิมิตอยากเป็น ศบ. คริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ แต่ตอนเป็นหน.แคร์ทำอย่างไม่เต็มที่ ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังนั้นเมื่อรับผิดชอบอะไรก็ทำอย่างดีที่สุด เป็นท่าทีของคนที่จะประสบความสำเร็จ

6. คนที่มีนิมิตต้องรักษาชีวิตเพื่อนิมิตนั้น


(ปฐก.39:7) ภรรยาโปทิฟาห์มีความเสน่หาในโยเซฟ อยากจะนอนกับโยเซฟ      โยเซฟได้รักษา ความถูกต้องไว้ คนจำนวนมากต้องล้มลงเพราะไม่รักษาชีวิต โยเซฟเรียกบาปว่า บาป ไม่ได้เรียกความไม่สมบูรณ์ เราต้องเดินตรงเส้นกับพระเจ้า คนมากมายตั้งใจดี,มีความใฝ่ฝันที่ดี,นิมิตดี, บุคคลิกดี ความสามารถเยอะแต่ล้มลงเพราะชีวิตไม่เดินตงเส้น ไม่สามารถเดินต่อไปได้ จงรักษาชีวิตรอรับนิมิตให้ได้ มิฉะนั้นจะไปไม่ถึงเป้าหมายตามที่พระเจ้าต้องการ

7.  ผู้ที่มีนิมิตจะต้องมีนิสัยที่เอื้ออำนวยเพื่อให้นิมิตสำเร็จ


โยเซฟมีนิสัยให้อภัยเสมอ (บทที่ 42) โยเซฟช่วยพี่น้องของตนที่เริ่มจะอดอาหารและมาซื้อข้าวที่อียิปต์ ในภาวะการกันดารอาหารที่เกิดขึ้นทั่วโลกในเวลานั้น เวลานั้นโยเซฟเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศอียิปต์ เขามีโอกาสที่จะแก้แค้นพี่ชายของตน แต่โยเซฟให้อภัย มีความเมตตา ไม่ขมขื่นเก็บความแค้นเอาไว้ ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จต้องมีชีวิตที่ให้อภัยคน ไม่มีศัตรู แม้แต่คนเดียวในโลก ไม่แก้แค้นแม้มีโอกาส ไม่ขมขื่นคิดน้อย และมีนิสัยที่ดี

8. ตระหนักถึงการทรงสถิตของพระเจ้าในนิมิตนั้น


โยเซฟเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย การใด ๆ ที่พระเจ้าอยู่ด้วยการนั้นจะสำเร็จ เราจะล้มเหลวถ้าเราคิดว่า เป็นกำลังของเราเอง เราจึงต้องพึ่งพาพระเจ้าไม่ว่างานใด ๆ ที่เราทำ เราควรอธิฐานให้พระเจ้าสถิตในงานที่เราทำให้จำเริญขึ้น ให้พึ่งพากำลังและการทรงสถิตอยู่ด้วยพระเจ้าในชีวิตของเรา

9. วางแผนเพื่อความสำเร็จของนิมิต


โยเซฟมีนิสัยวางแผนตลอดเวลา รู้จักการวางแผนดูแลแก้ปัญหาต่าง ๆ ดูแลแทนพ่อตลอดเวลา บริหารงานอย่างเต็มที่ (30:2,37:14) บริหารคุกทั้งหมด (39:22), โยเซฟวางแผนป้องกันการกันดารอาหารในอียิปต์ (47:13,20) โยเซฟบริหารการวางแผนเพื่อจะไปสู่เป้าหมายทุกอย่างที่ทำ เขาเป็นนักวางแผนไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ คนจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีการวางแผนไปสู่ความสำเร็จ แผนที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่งหนึ่ง  ดังนั้น อย่ามีนิสัยไม่ชอบวางแผน แม้รู้ว่าพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย

 

 

 

 

แบบสำรวจความคิดเห็น

คุณอยากเห็นอะไรมากที่สุดใน weloveworship.com
 

ส่วนของสมาชิก



บุคคลออนไลน์

เรามี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
pslm 150 2.jpg