|
บทความการนมัสการ -
เข้าใจการนมัสการ
|
|
การนมัสการ” สิ่งซึ่งไม่ค่อยมีการสอนในคริสตจักร
เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน
|
ผมใช้ชีวิตกับคริสตจักรมาตั้งแต่ผมจำความได้ ครอบครัวผมเป็นคริสเตียน ผมมีโอกาสได้เรียนรู้วิธีการร้องเพลง เรียนรู้จักโน้ตเพลง การร้องเพลงประสานเสียง แต่ไม่เคยเรียนรู้ว่าจะนมัสการอย่างไร ผมคุ้นเคยกับบทเพลงไทยนมัสการ และเพลงชีวิตคริสเตียนเป็นอย่างดี แต่ผมมีความรู้เรื่องนมัสการน้อยมาก
เมื่อผมอายุ 21 ปี ผมมีประสบการณ์กับพระเจ้า ผมกลับใจใหม่ต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิตของผม ผมยังคงร้องเพลงสรรเสริญในบรรยากาศที่เรียกว่า “เพลงนมัสการ” ต่อไป จวบจนผมมีโอกาสได้นำนมัสการ ผมเตรียมเพลงได้ดี ร้องเพลงได้มากกว่าคนอื่นๆ แต่ผมยอมรับว่า ผมไม่อิ่มในการนมัสการ จวบจนผมมีโอกาสได้อยู่ในวงดนตรีคริสเตียน ผมรู้สึกดีมาก ดนตรีทำให้บทเพลงมีสีสัน น่าสนใจมากขึ้น ผมมองเห็นสมาชิกในที่ประชุมตอบสนอง ด้วยความรู้สึกชื่นชอบในบทเพลงมากกว่าแต่ก่อน และผมก็คิดว่า ดนตรีที่สมบูรณ์แบบทำให้การนมัสการดีขึ้น อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ผมเริ่มมองเห็นว่า คนส่วนใหญ่ในที่ประชุมไม่ค่อยตอบสนองเท่าที่ควรจะเป็น มันเกิดอะไรขึ้น? ผมทำสิ่งใดผิดพลาดไปหรือเปล่า ผมพยายามหาคำตอบว่าทำไมคนไม่ค่อยนมัสการพระเจ้า และผมก็พบคำตอบนั้น
1. ผมต้องสำรวจภายในจิตใจของผมเอง ผมกำลังนำนมัสการ หรือนำเพลงนมัสการ ที่ประชุมมองเห็นได้ว่าผมกำลังทำอะไรบนเวที ผมต้องทำให้พวกเขาเห็นว่าผมกำลังนำนมัสากร ไม่ใช่มาสร้างเสียงเพลงที่ทำให้พวกเขารู้สึกดีกับบทเพลง และนี่คือความผิดพลาดของผม ผมทำงานของผมอย่างเข้มงวด เพื่อทำให้เสียงเพลงออกมาดี ความคิดของผมให้ความสำคัญกับเทคนิคต่างๆ อย่างมาก ผมสนใจการใส่คอร์ดต่างๆ การเชื่อมต่อเพลง จนผมลืมพระเจ้า ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญอย่างมากของการนมัสการ เราควรจะเตรียมทุกอย่างให้ดีที่สุด และละไว้เพื่อจะนมัสการพระเจ้าในเวลาที่เหลืออยู่นั้น
จงเป็นคนที่เชี่ยวชาญในการนมัสการพระเจ้า ให้มากกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในทักษะด้านดนตรี ขอให้ที่ประชุมเห็นว่าท่านเป็นคนที่นมัสการพระเจ้า มากกว่าเป็นศิลปินที่เชี่ยวชาญทางดนตรี
2. สิ่งที่ช่วยให้ที่ประชุมนมัสการพระเจ้าได้ดีขึ้น ก็คือ การศึกษาพระคำของพระเจ้าในเรื่องการนมัสการ เปลี่ยนจากการเรียนรู้เรื่องการร้องเพลง เป็นเรื่องการนมัสการ ปัจจุบันมีหนังสือ มีบทความ มากมาย ที่ให้ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนี้ จงหนุนใจสมาชิกให้มีส่วนในการเรียนรู้เรื่องดังกล่าว ท่านอาจจัดเป็นช่วงเวลาพิเศษ หรือเป็นชั้นเรียนปกติก็ได้ จัดเป็นการสัมมนา หรือจัดเป็นชั้นเรียนรวีวาระศึกษา เพื่อให้ทุกคนเพิ่มพูนความเข้าใจ และพวกเขาจะกลายเป็นคนที่นมัสการพระเจ้า การนำนมัสการของท่านก็จะง่ายขึ้น
3. สิ่งหนึ่งที่ถือว่าสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการนมัสการของผม ก็คือ “การอธิษฐาน” จงอธิษฐานเพื่อสมาชิก / ที่ประชุม อธิษฐานเพื่อการนมัสการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเคลื่อนไหว จงอธิษฐานเพื่อบทเพลงที่ใช้ที่จะเปิดตาใจของคน เพื่อจะได้สัมผัสพระเจ้า อธิษฐานเผื่อทีมนมัสการ ผู้นำ-นมัสการ นักร้อง และนักดนตรี ที่พระเจ้าจะทรงเจิมพวกเขา ให้พวกเขาเป็นผู้รับใช้ที่นำความสำเร็จแห่งการทรงสถิตลงมา
การอธิษฐานเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่มีพลังยิ่งใหญ่ต่องานรับใช้ จงให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ พระเจ้าทรงทราบ และทรงอำนวยพรตามสัดส่วนที่คุณใช้ในการอธิษฐานต่อพระองค์ในเรื่องการนมัสการ
มีอีกประการหนึ่งที่สำคัญมากที่คุณต้องเข้าใจ เนื่องจากการนมัสการมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคริสตจักร มารรู้ความจริงเรื่องนี้ด้วย และมันพยายามขัดขวางรบกวน เท่าที่จะทำได้ และไม่อ่อนล้าที่จะต่อต้านคุณ จงอธิษฐานให้มาก และระมัดระวัง เฉพาะอย่างยิ่งในขณะนำนมัสการ อย่ามีใจขมขื่น หรือพิพากษาผู้ใด เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณสังเกตเห็นบางคนไม่ตอบสนองต่อการนำนมัสการของคุณ นี่เป็นกับดักของมาร อย่าหลงเข้าไปสู่หลุมอันตรายนี้ จงใช้ความรัก ความเข้าใจ รอคอย สักวันเมื่อถึงเวลา ทุกสิ่งจะเปลี่ยนไป
ยังคงมีสิ่งจำเป็นอีกมากของการปรนนิบัติด้านการนำนมัสการ ซึ่งเราคงต้องใช้เวลาด้วยกันในโอกาสต่อไป ขอพระเจ้าสถิตอยู่ด้วยกับคุณ ให้สามารถพบทุกสิ่งที่พระองค์ปรารถนาให้คุณเป็น จนครบถ้วนทุกประการ
|