พุธ, 08 ก.ย. 2010
You are here: Home บทความ การพัฒนาการนำนมัสการ ข้อพึงปฏิบัติระหว่างการนำนมัสการ
ข้อพึงปฏิบัติระหว่างการนำนมัสการ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - การพัฒนาการนำนมัสการ

ข้อพึงปฏิบัติระหว่างการนำนมัสการ

เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน

1. ผู้นำนมัสการควรร้องเพลงนมัสการอย่างสุดจิตสุดใจขณะนำนมัสการ การบอกให้ที่ประชุมร้องเพลงแต่หน้าตาแววตา  สีหน้าท่าทางของตนไม่แสดงเช่นนั้น จะมีผลต่อที่ประชุมอย่างมาก


2. ผู้นำนมัสการอย่าใช้คำหยาบ คำไม่สุภาพในการกล่าวสิ่งใดเมื่อนำนมัสการ และไม่ควรหัวเราะด้วยเสียงประหลาดเมื่อเวลาพูดในการนำ


3. เมื่อกล่าวคำนำก่อนเริ่มการนมัสการ ควรสั้น และรักษาคำพูดในรสนิยมที่ดี


4. ผู้นำนมัสการควรรักษาการต่อเชื่อมเพลงของเพลงโดยไม่ติดขัด


5. อย่านำเพลงใหม่ๆมาเปิดการประชุม  เพราะจะทำให้บรรยากาศเป็นไปโดยยากลำบาก


6. เพลงใหม่ๆ ควรฝึกให้กลุ่มนักดนตรีรู้จักเพลงนั้นอย่างดีเสียก่อน  เมื่อนำมาใช้ในการนมัสการควรจะทำให้ผู้อื่นติดตามผู้ที่รู้แล้วได้ดีขึ้น  ข้อพึงปฏิบัติในการฝึกเพลงใหม่ คืออย่างน้อยต้องมีคนราว  15-30 คนที่ร้องเพลงนั้นได้ และรับการฝึกมาก่อนแล้วจึงนำเพลงนั้นขึ้นมาใช้ได้


7. ผู้นำนมัสการควรใช้มือในการให้จังหวะแก่ผู้ร้อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่นักดนตรี เพื่อการประสานของเสียงกับดนตรีจะอยู่ในจังหวะที่ไม่ขัดกัน


8. ระหว่างการนมัสการ หากเป็นเพลงที่ผู้นมัสการในที่ประชุมจำนวนมากยังจำเนื้อความไม่ได้  ผู้นำหรือผู้ช่วยควรแจ้งเนื้อให้ประโยคอย่างเหมาะสม  เพื่อให้ผู้นมัสการในที่ประชุมไม่ต้องเปิดตาเพื่ออ่านเนื้อเพลง อันจะทำลายบรรยากาศ และสภาพจิตใจในการนมัสการของเขาในเวลานั้น


9. ผู้นำนมัสการควรพูดเข้าในไมโครโฟน ให้เสียงดังชัดเจนแก่ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้แก่นักดนตรีได้ยินชัด


10. ผู้นำนมัสการควรร้องเพลงให้  จังหวะแน่ชัด  เพื่อเป็นแกนนำการร้องเพลงแก่ที่ประชุม


11. ผู้นำนมัสการควรกล่าวประโยคแรกของท่อนที่จะร้องก่อนจบท่อนก่อนหน้า เพื่อที่ประชุมไม่รีรอว่าจะร้องซ้ำหรือจะหยุดหรือจะเอาท่อนใดมาร้องต่อไป การตะกุกตะกักในเวลาช่วงต่อเพลงหรือจบวรรคใดมีผลเสียมากต่อบรรยากาศนมัสการในเวลานั้น


12. อย่าร้องทวนเพลงเดียวนานและมากจนเกิดความเบื่อหน่ายแก่ผู้ร้อง ผู้นำควรไวต่อความรู้สึกว่า พระวิญญาณอยู่ด้วยกับเพลงนั้นหรือไม่ ใช้หลายๆเพลงจะเหมาะสมกว่าใช้เพลงเดียวหลายเที่ยว


13. ในทางตรงข้ามกันหลายครั้งเราไม่ควรเปลี่ยนเพลงหากพระวิญญาณยังให้เพลงนั้นแตะต้องใจผู้ที่ยังอยู่ในที่ประชุม


14. อย่าตะโกนเสียงแข็งแบบออกคำสั่งแก่ที่ประชุม


15. ใช้เสียงสุภาพและความดังหรือเบาเสียงให้เหมาะสมกับบรรยากาศนมัสการเวลานั้น


16. อย่าพูดดุที่ประชุม หรือกล่าวว่าที่ประชุมว่าร้องไม่ได้เรื่อง หรือหน้าตาบูดบึ้ง เพราะจะทำให้ที่ประชุมซบเซาลงและไม่ตอบสนอง แต่ให้พูดหนุนใจทางแง่บวก เช่น แทนที่จะกล่าวว่า “ผมยังเห็นทุกคนหน้าตาเหมือนแบกปัญหาทั้งโลกไว้” ให้พูดว่า “ผมเชื่อว่าทุกคนเตรียมใจมาเพื่อนมัสการใช่ไหมให้เรายิ้มแย้มแจ่มใสแสดงความยินดีในพระเจ้าของเราด้วยกัน” ฯลฯ


17. อย่าพูดมากเกินไป หรือออกลักษณะเทศนา เมื่อแนะนำเพลง หรือเมื่อแนะเพลงใหม่


18. นัดแนะสัญญาณกับนักดนตรีว่าจะใช้สร้อยด้วยสัญญาณอะไร หรือ ขึ้นวรรคใหม่ด้วยสัญญาณอย่างไร เพื่อความต่อเนื่องและประสาน


19. ข้อพระคัมภีร์ที่อ่านประกอบการนมัสการควรเป็นตอนที่เหมาะสมตามที่พระเจ้าประทานให้และเตรียมการนมัสการ หากเลือกตอนที่ไม่ได้หนุนการนมัสการเลยก้ไม่ได้เป็นประโยชน์ในเวลานั้น


20. อย่าให้ที่ประชุมยืนนานเกินไป เพราะอาจมีผลให้ไม่ค่อยนมัสการในตอนท้ายๆ เพราะร่างกายเริ่มอ่อน เมื่อยล้า


21. อย่าลืมว่าต้องประสานกับนักเทศน์ ผู้ที่ควบคุมการประชุมคือผู้นำฝ่ายวิญญาณของคริสตจักรนั่นคือศิษยาภิบาล หรือผู้ปกครองฝ่ายนมัสการที่ศิษยาภิบาลตั้ง ผู้นำนมัสการควรนำตามใจตนเองในขณะที่ผู้นำคริสตจักรเริ่มเห็นว่าผิดแนวพระวิญญารแล้ว การนมัสการไม่ใช่เป็นเพียงการแสดงแต่เป็นประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณจิต สิทธิสุดท้ายอยู่ที่ผู้นำคริสตจักร อย่างไรก็ดี ผู้นำนมัสการควรมีอิสระภาพในการนำโดยไม่ต้องพะวงกับศิษยาภิบาลมากเกินไป  ขอให้มีใจกล้าและมั่นใจที่จะนำไป  หากผิดพลาดผู้นำคริสตจักรก็จะคอยแก้ไขให้เอง ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องพะวงว่าตนเองนำถูกหรือไม่


22. ผู้นำคริสตจักรจะแจ้งให้ทราบว่าควรจะยาวหรือสั้นเพียงไร ในการนมัสการวันนั้น ควรประสานด้านเวลาในการนมัสการให้ดี


23. ดนตรีควรเล่นขณะเข้าสู่การร้องเพลงนมัสการอิสระไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้นำนมัสการจะให้สัญญาณให้เงียบลง ดนตรีไม่ควรหยุดเล่นขณะที่ผู้นำยังเห็นว่าเรายังนมัสการไม่ถึงจุดสุดยอด


24. ดนตรีควรลดเสียงลงอย่างช้าๆ เมื่อจะหยุดนมัสการอิสระ  อย่าเงียบหายทันที


25. จังหวะดนตรี ความดังเบา ความสอดคล้องกับบรรยากาศในเวลานั้นๆ


26. ควรหนุนใจที่ประชุมนมัสการเป็นครั้งคราว โดยใช้สติปัญญาและวิจารณญาณพยายามให้ทุกคนนมัสการ


27. อย่าให้เนื้อเพลงไม่สอดคล้องกัน เช่น  เพลงมีชัย ตามด้วยเพลงสารภาพบาป ตามด้วยเพลงสงคราม ฯลฯ


28. ยิ้มแย้มแจ่มใส


29. อย่ากลัวความเงียบสงบ เพราะในบางขณะ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนมัสการพร้อมกันเสร็จแล้ว ความสงบอาจเป็นเวลาที่พระเจ้าได้พูดกับเรา


30. ตรวจสอบคำเผยพระวจนะกับผู้นำว่า เราควรเชื่อฟังหรือไม่  เช่น คำเผยพระวจนะบอกให้ถวายตัว , รักษาโรค , อธิษฐาน  เป็นต้น อย่าละเลยคำเผยพระวจนะ


31. มองดูศิษยาภิบาล หากไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรดี หรือว่าควรจะไปทิศทางไหนดี


32. หากควรหยุดแล้ว จงหยุดเถิด  อย่าไปไกลกว่าพระวิญญาณ


33. ระวังความเหมาะสมและระเบียบ ( 1 คร.14:40 ) อย่าให้มีความสับสน หรือท่ามีทางเนื้อหนัง ความมีระเบียบไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำอะไรเลยที่ต่างจากระบบที่วางไว้  แต่ต้องมีจุดหมายให้เป็นที่เสริมสร้าง ไม่ใช่วุ่นวายโดยใช่เหตุ  การชื่นชม ในพระเจ้าทำให้เรานมัสการอย่างอิสระได้ แต่อย่าแสดงออกแบบเนื้อหนังโดยไม่ใช่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า 1 คร.14:40  แต่จงปฏิบัติทุกสิ่งตามระเบียบวินัยเถิด


34. ท่านสามารถจะนำให้บรรยากาศเต็มด้วยความชื่นบาน ความเชื่อหรือทำลายที่ประชุมก็ได้โดยวิธีนำของท่าน


35. ท่าทีกระตือรือร้น


36. อย่าพนมมือเวลานมัสการ ควรชูมือจะเหมาะกว่า


37. ผู้ช่วยบนเวทีมีส่วนช่วยแนะนำได้หากรู้ว่าพระเจ้านำอย่างไร


38. ผู้ช่วยต้องให้เสียงร้องสนับสนุนในเวลาที่ต้องการ เช่น เวลาร้องเพื่อรักษาจังหวะและผู้นำกำลังพูดบอกเนื้อร้องหรือตอนผู้นำพยายามนำเข้าสู่การสรรเสริญอิสระ


39. ย้ำจุดที่ดีออกมาจากคำพยาน เพื่อหนุนใจต่อไปในการนำเพลงหลังการให้คำพยาน


40. เป็นผู้นำในการร้องเพลงจากใจเสมอ

ข้อเสนอแนะในการนำนมัสการ  (เพิ่มเติม)

1.ทำงานร่วมเป็นทีมกับนักร้อง  นักดนตรี

- อย่าตำหนิพวกเขาต่อหน้าที่ประชุม
- ฝึกซ้อมกับเขา
- สื่อสาร ภาษามือกับเขา
- เขียนลำดับเพลงให้ชัดเจนให้เขา
- รู้จักพวกเขา รู้จักแต่ละคน ยอมรับแต่ละคน

2.อย่าพูดมากเกินไป

- หาถ้อยคำหนุนใจก็ดี
- การพูดมากทำลายความต่อเนื่อง
- ย้ำเป็นจะเด่นของพระคำได้
- ไม่ตำหนิที่ประชุม
- ถ้อยคำที่ใช้นำพาไปสู่พระเจ้า มิใช่ตนเอง

3. เลือกเพลงอย่างเหมาะสม

- เลือกเพลงให้มาก

4. ร้องเพลงที่จะใช้ได้

- เลือกเพลงให้มากกว่าปกติ

5.ทำอย่างมั่นใจ

6. ระมัดระวังการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธ์

7. การใช้ MIC  การใช้มือ  การแต่งตัว

8. พัฒนาความมั่นใจ

- มั่นใจในตนเอง  ยอมรับตนเอง  อย่าเปรียบเทียบ  อย่าเลียนแบบ
- มั่นใจในพระเจ้า
- มั่นใจในความสัมพันธ์กับที่ประชุม
- มั่นใจในการทรงเรียก
- มั่นใจในเครื่องมือที่มีอยู่  
-  คน   
-  สิ่งของ    
- เครื่องเสียง  
- ดนตรี