ศุกร์, 10 ก.ย. 2010
You are here: Home บทความ การพัฒนาการนำนมัสการ หน้าที่และคุณสมบัติที่จำเป็นของผู้นำนมัสการ
PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - การพัฒนาการนำนมัสการ

หน้าที่และคุณสมบัติที่จำเป็นของผู้นำนมัสการ

เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน

หน้าที่ของผู้นำนมัสการ

1. นำที่ประชุมเข้าสู่การนมัสกา

** ต้องค่อยๆนำก้าวเข้าไป จากภายนอกสู่ภายใน

- สดด.100:3 จงรู้เถิดว่า พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็ เป็นของพระองค์ {หรือ และไม่ใช่พวกเรา ทั้งหลายเอง} เราเป็นประชากรของพระองค์เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์

2. เพื่อเป็นผู้นำที่ประชุม

** ผู้นำนมัสการควรเป็นเหมือนห่านที่ลอยอยู่เหนือน้ำอย่างสงบ แต่มีเท้าสองข้างควักน้ำอยู่ภายใต้น้ำ แต่ไม่มีใครเห็น ดังนั้นจงอย่าทำหน้าแบบนักเคร่งศาสนา

** จง Relax ปล่อยตัวตามสบายไม่เครียดด้วยสีหน้า ไม่ซ่อนตัวเอง เผชิญสายตาทุกคู่ อย่าพูดมาก หนุนน้ำใจเสมอ นำด้วยมือ ด้วยท่าทาง ด้วยเสีย ด้วยสีหน้า แววตา จงนำไป 
ด้วยความรัก เห็นอกเห็นใจที่ประชุม

3. เพื่อปรนนิบัติรับใช้พี่น้อง (1 ปต.4:10)

** คุณเป็นคนใช้ ไม่มีสิทธิว่ากล่าวเจ้านาย
** การรับใช้หมายถึง ช่วยให้ที่ประชุม ไปสู่เป้าหมายด้วยความสำเร็จ ดังนั้น
** จงมีความรวดเร็วต่อการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และจงพัฒนาดนตรีของคุณให้มีทักษะมากขึ้น เพื่อจะปรนนิบัติได้ดีขึ้น
** จงมีความรับผิดชอบต่องานของคุณเสมอ

4.  เพื่อช่วยให้ที่ประชุมได้ยินเสียงของพระเจ้า (1 ปต.2:5)

การนมัสการเป็นการสื่อสารระหว่างปลายสายด้านหนึ่ง คือที่ประชุมอีกด้านหนึ่งเป็นพระเจ้า ดังนั้น
** จงมีเวลาให้พระเจ้าพูดด้วย
** เราใช้เสียงเพลงพูดกับพระเจ้า พระองค์อาจใช้เสียงเพลงบ้าง ใช้ของประทานพระวิญญาณบ้างจงเปิดช่องและเป็นอุปกรณ์ให้พระองค์ ถ้าไม่มีผู้อื่นเป็น

1คร.12:8-11 พระเจ้าทรงโปรดประทานโดยทางพระวิญญาณ ให้คนหนึ่งมีถ้อยคำประกอบด้วยสติปัญญา และให้อีกคนหนึ่งมีถ้อยคำอันประกอบด้วยความรู้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความเชื่อ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกันและให้อีกคนหนึ่งทำการอิทธิฤทธิ์ต่างๆและให้อีกคนหนึ่งเผยพระวจนะได้ และให้อีกคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆและให้อีกคนหนึ่งพูดภาษาแปลกๆและให้อีกคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆ ได้สิ่งสารพัดเหล่านี้ พระวิญญาณองค์เดียวกันทรงบันดาลและประทานแก่
แต่ละคนตามชอบพระทัยพระองค์

5.  ช่วยให้ที่ประชุมตอบสนองพระเจ้า

** อาจเป็นบรรยากาศกลับใจใหม่
** อาจเป็นบรรยากาศสงครามฝ่ายวิญญาณ
** อาจเป็นบรรยากาศเฉลิมฉลอง
** อาจเป็นบรรยากาศถวายด้วยความยำเกรง
จงตอบสนองเหล่านี้ด้วยเสียงเพลง ด้วยคำพูด หรือเพลงจากใจ

6.  เพื่อนำนักร้องนักดนตรี

** จงหนุนใจพวกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และให้อภัย
** ทำงานร่วมกับเขาด้วยการให้เกียรติกับพวกเขา ไม่ตำหนิเขาต่อหน้าที่ประชุม
** สื่อสารกับพวกเขาอย่างดี

7.  เพื่อเตรียมใจของคนให้พร้อมที่จะฟังคำเทศนา

** การนมัสการเป็นการเก็บเศษขยะ เศษหิน ไม้ ออกจากแปลงพืชผัก
** การเตรียมเพลง อาจขอหัวเรื่องเดียวกันจากนักเทศน์เพื่อไปในทิศทางเดียวกันก็อาจเป็นได้

8.  นำที่ประชุมเข้าสู่การทรงสถิตของพระเจ้า

** พวกเขาจะสรรเสริญ นมัสการ ฟังเสียง ใช้เวลากับพวกเรา
** ทุกการประชุมพระเจ้ามีแผนการเฉพาะแต่ละที่ประชุม

ผู้นำนมัสการจะต้อง

1.) เป็นนักนมัสการ วิธีนำนมัสการที่ดีที่สุดก็คือ เป็นแบบอย่างให้กับที่ประชุม
2.) ติดพันอยู่กับพระองค์เสมอ
3. รู้จักพระเจ้าอย่างดี
4.) เข้าใจการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณ
5.) มีท่าทีของการรับใช้
6.) รักและห่วงใยต่อที่ประชุม
7.) มีชีวิตตรงต่อเวลา มีวินัยในชีวิต
8.) มีพระคำพระเจ้า มีความสดใหม่ในชีวิต

คส.3:16     จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์ จงสั่งสอนและเตือนสติกันด้วยปัญญาทั้งสิ้น จงร้องเพลงสดุดีเพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า
** จงเป็นที่มีตัวว่างสำหรับพระเจ้าเสมอ
9.) เข้าใจเรื่องการนมัสการอย่างลึกซึ้ง
10.) รู้จักพื้นฐานความเชื่ออย่างดี
11.) ผูกพันกับคริสตจักรท้องถิ่น เป็นสมาชิกผูกพันกับคริสตจักร
12.) รู้จักทิศทางของคริสตจักร ร่วมมือกับศิษยาภิบาลโดยผลักดันไปในทิศทางเดียวกัน
13.) เป็นส่วนหนึ่งกับผู้นำคริสตจักร
14.) รู้ทิศทางของพระเจ้าที่มีต่อคริสตจักร และชื่นชมยอมรับทิศทางนั้นและพร้อมจะสนับสนุน
15.) ยอมรับศิษยาภิบาลแม้เขาจะยังไม่สมบูรณ์

9. ร่วมงานและปกคลุมนักร้อง นักดนตรี (ทำงานร่วมกับนักร้องนักดนตรี)

** ผู้นำนมัสการจะต้อง

1. รักและเข้าใจนักร้อง นักดนตรี 
2. มีทักษะเท่านักร้อง นักดนตรี
3. เข้าใจพื้นฐานทักษะดนตรี เช่น
- ร้องเพลงถูกคีย์
- เข้าไปสู่เพลงได้ หลัง Intro
- รู้ว่าเพลงใดสูง
- ต่ำ หรือพอดีกับที่ประชุม
- พัฒนาทฤษฎีดนตรีให้สูงขึ้น

คุณสมบัติที่จำเป็นของผู้นำนมัสกา

ในเรื่องนี้ดูเหมือนพระคัมภีร์ไม่ให้รายละเอียดอย่างเฉพาะเจาะจง นอกจากดูจากชีวิตของกษัตริย์ดาวิด ตลอดชีวิตของดาวิด เราเห็นเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนมัสการตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นนักนมัสการ หนุนใจให้คนอื่นนมัสการ สร้างการนมัสการ จัดหาเครื่องดนตรีในการนมัสการ ฯลฯ 
1ซมอ.16, 18 ทำให้เราเห็นลักษณะบุคลิกภาพของเขาตั้งแต่เป็นเด็ก
คุณสมบัติที่เราพบเห็น (1ซมอ.16:10-23)

1.  มีจิตใจของผู้เลี้ยง

1ซมอ.16:10-11 แล้วเจสซีให้บุตรทั้งเจ็ดคนเดินผ่านหน้าซามูเอล และซามูเอลบอกกับเจสซีว่า "พระเจ้า มิได้ทรงเลือกคนเหล่านี้" แล้วซามูเอลกล่าวแก่เจสซีว่า "บุตรชายของท่านอยู่ที่นี่หมดแล้วหรือ" เจสซี ตอบว่า "ยังมีคนสุดท้องอีกคนหนึ่ง ดูเถิด เขากำลังเลี้ยงแกะอยู่" และซามูเอลกล่าวแก่เจสซีว่า "จงใช้คนไปตามเขามา เพราะเราจะไม่ยอมนั่งจนกว่าเขาจะมาที่นี่"

** เมื่อซามูเอลพบครอบครัวเจสซี เราพบว่าดาวิดกำลังทำงาน กำลังทำหน้าที่ในความรับผิดชอบเขากำลังดูแลลูกแกะฝูงแกะ คุณสมบัติที่ว่านี้ เป็นทั้งคนขยันและทำงานตาม   ความรับผิดชอบเสมอ อีกประการหนึ่งก็คือเขาเป็นผู้เลี้ยงแกะเหมือนพระเยซูเป็นผู้เลี้ยง   แกะ

ยน.10:11     เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ผู้เลี้ยงที่ดีนั้นย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ

** ความรู้สึกของผู้เลี้ยงสำคัญ เขาต้องปกป้องแกะของเขาจากอันตรายทั้งมวล เขาต้องนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ ผู้นำนมัสการก็เช่นต้องใส่ความรู้สึกอย่างนี้ลงไป

2. มีการเจิมของพระเจ้า

1ซมอ.16:12-13 เจสซีก็ใช้คนไปนำเขามา ฝ่ายเขาเป็นคนผิวแดงๆ มีหน้าตาสวยและรูปร่างงามน่าดู และพระเจ้าตรัสว่า "จงลุกขึ้นเจิมตั้งเขาไว้ เพราะเป็นคนนี้แหละ" ซามูเอลจึงนำขวดเขาน้ำมันและเจิม ตั้งเขาไว้ท่ามกลางพี่ชายของเขา และพระวิญญาณของพระเจ้าก็สวมทับดาวิดอย่างมากตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป และซามูเอลก็ลุกขึ้นกลับไปยังรามาห์

** เรารู้ว่าดาวิดมีการเจิม มิใช่เพียงแต่เห็นซามูเอลนำน้ำมันเจิมบนศรีษะของเขา แต่เราเห็นงานที่เขากระทำเกิดผล 1ซมอ.16:23   อยู่มาเมื่อวิญญาณชั่วจากพระเจ้ามาสิงซาอูลเมื่อไร ดาวิดก็หยิบพิณใช้มือดีดถวายซาอูลก็ทรงชุ่มชื่นขึ้นและหายดี และวิญญาณชั่วก็พรากจากพระองค์ไป

** สิ่งที่น่าสังเกตคือการรอคอย การเจิมกับการเกิดผลในการทำงานเป็นคนละเวลา อาจพูดได้ว่าเวลาแห่งการเจิมกับเวลาแห่งการเกิดผลเป็นคนละเวลากัน จงรอคอยเวลา

3. มีทักษะด้านดนตรี

1ซมอ.16:14-18 ฝ่ายพระวิญญาณของพระเจ้าก็พรากจากซาอูล และวิญญาณชั่วจากพระเจ้าก็ทรมานซาอูลและพวกมหาดเล็กของซาอูลก็กราบทูลว่า "ดูเถิด วิญญาณชั่วจากพระเจ้ากำลังทรมานพระองค์อยู่ ขอเจ้านายของข้าพระบาททั้งหลาย จงบัญชาผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทผู้ที่อยู่ต่อพักตร์ฝ่าพระบาท ให้หาคนที่มีฝีมือในการดีดพิณ และเมื่อวิญญาณชั่วจากพระเจ้าสิงฝ่าพระบาท ก็ให้เขาดีดพิณแล้วฝ่าพระบาทจะหายดี"ซาอูลก็รับสั่งผู้รับใช้ของพระองค์ว่า "จงไปหาชายคนหนึ่งที่ดีดพิณได้ดีมาให้เรานำเขามาหาเรา"คนหนึ่งในพวกชายหนุ่มทูลว่า "ดูเถิด ข้าพระบาทเห็นบุตรคนหนึ่งของเจสซีชาวเบธเลเฮม เป็นผู้มีฝีมือในการดีดพิณเป็นคนกล้าหาญ เป็นนักรบ พูดเก่ง และเป็นคนมีหน้าตาดีและพระเจ้าทรงสถิตกับเขา"

** แท้จริงผู้นำนมัสการไม่จำเป็นต้องมีความสามารถสูงในด้านดนตรี แต่พระเจ้าก็ทรงใช้เขาผ่านความสามารถของเขาด้วย

** น่าสังเกตก็คือ เขาไม่ได้แสวงหาช่องที่จะแสดงฝีมือของเขา แต่พระเจ้าจะทรงเปิดช่องทาง ให้เองสดด.75:4-7 เราพูดกับคนโอ้อวดว่า "อย่าโอ้อวด" และแก่คนอธรรมว่า "อย่ายกหัวของเจ้าขึ้น อย่ายกหัวของเจ้าขึ้นให้สูง หรือพูดจาอย่างยโส" เพราะการยกขึ้นนั้นมิได้มาจาก ทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกและ มิใช่มาจากถิ่นทุรกันดาร แต่เป็นพระเจ้าผู้ทรงกระทำการพิพากษา ทรงให้คนหนึ่งลง และทรงยกอีกคนหนึ่งขึ้น

4.  เป็นนักสู้ นักรบ เป็นคนกล้าหาญ

1ซมอ.16:18 คนหนึ่งในพวกชายหนุ่มทูลว่า "ดูเถิด ข้าพระบาทเห็นบุตรคนหนึ่งของเจสซีชาวเบธเลเฮม เป็นผู้มีฝีมือในการดีดพิณเป็นคนกล้าหาญ เป็นนักรบ พูดเก่ง และเป็นคนมีหน้าตาดีและพระเจ้าทรงสถิตกับเขา"

** ความกล้าหาญเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะยืนอยู่ต่อหน้าชุมชนในการนมัสการ ความกล้าไม่ใช่ไม่กลัว  อะไรเลย แต่เขาเป็นผู้ที่สามารถยืนขึ้นเผชิญหน้ากับความกลัวได้

5.  พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย

** การนมัสการเป็นการนำคนพบกับพระเจ้าที่เป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ คนที่จะนำหรือทำงานอย่างนี้ได้ ต้องมีวิญญาณของพระเจ้า ต้องรู้จักพระวิญญาณบริสุทธิ์เสมอ

6. อื่นๆ

6.1 มีจิตใจของผู้รับใช้ เขาอยู่กับฝูงแกะ ไม่ได้นั่งอยู่เหนือฝูงแกะ แต่ช่วยฝูงแกะ รู้จักใจของแกะดี ผู้นำนมัสการต้องอยู่ท่ามกลางชุมชน วิธีเลือกผู้นำนมัสการก็คือดูเขานมัสการ
ท่ามกลางชุมชน

6.2 พูดเก่ง รู้จักพูด พูดต่อหน้าชุมชนได้ฉลาดพูดหนุนใจคนได้ รู้จักพระคำพระเจ้าดี และแบ่งปันได้ สอนคนอื่นได้ ฯลฯ

คุณสมบัติทางปฏิบัติ

•    ผู้นำนมัสการไม่จำเป็นต้องรู้จักการเล่นดนตรีเสมอไป แต่ถ้ารู้คงเป็นประโยชน์มาก
•    ผู้นำนมัสการต้องมีความสามารถร้องเพลงได้ รักษาทำนองได้ และไม่ตกคีย์ และรู้ทฤษฎีดนตรีบ้างก็จะเป็นประโยชน์
•    ผู้นำนมัสการควรรู้จักเพลงทุกเพลงที่มีอยู่อย่างดี
•    ผู้นำนมัสการควรเป็นผู้มีใจขวนขวายหาเพลง หรือแต่งเพลงใหม่ๆ เพื่อนำใช้ในการนมัสการให้เพียงพอสำหรับทุกโอกาส และบรรยากาศ

คุณสมบัติทางชีวิต

•    ผู้นำนมัสการต้องเป็นนักนมัสการในชีวิตส่วนตัวประจำวัน
•    ผู้นำนมัสการต้องมีสัมพันธภาพส่วนบุคคลที่ลึกซึ้งกับพระเจ้า และต้องมีจิตวิญญาณที่เติบโตและเข้มแข็ง
•    ผู้นำนมัสการต้องรู้จักพระเจ้า และพระวจนะของพระองค์อย่างดีพอ
•    ผู้นำนมัสการต้องรู้จักต่อวิธีเคลื่อนไหวของพระวิญญาณ
•    ผู้นำนมัสการต้องมีท่าทีเป็นคนรับใช้พระกาย
•    เป็นผู้ตรงต่อเวลา และมีระเบียบชีวิต
•    เป็นผู้มีความเข้าใจหลักเรื่องการนมัสการในพระคัมภีร์อย่างดี
•    นบนอบต่อผู้นำคริสตจักร
•    ไม่ใช่คนที่รู้สึกท้อใจง่าย เมื่อถูกปรับปรุงแก้ไขตำหนิเมื่อนำนมัสการ
•    ไม่ใช่คนต่อสู้กับผู้นำคริสตจักร หรือวิจารณ์ผู้นำเมื่อถูกปรับปรุงแก้ปัญหาการนำนมัสการ
•    เป็นผู้ปรารถนาจะให้เกิดผลดีเลิศในการนมัสการ