พุธ, 08 ก.ย. 2010
You are here: Home บทความ การพัฒนาการนำนมัสการ การ เลือกเพลงเพื่อใช้ในการสรรเสริญนมัสการ
การ เลือกเพลงเพื่อใช้ในการสรรเสริญนมัสการ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - การพัฒนาการนำนมัสการ

การเลือกเพลงเพื่อใช้ในการสรรเสริญนมัสการ

ดูแหล่งที่มาของเพลง

1. เพลงที่พูดเจาะจงถึงความรู้สึกของผู้ร้องหรือผู้แต่งเอง โดยมีพื้นฐานมาจากพระคัมภีร์เป็นหลัก เช่น เพลงพระบิดาเรารัก, พระเยซู ข้ารักพระองค์, โปรดชำระดวงใจ ผู้ร้องสามารถใส่อารมณ์ ความรู้สึก คล้อยตามและช่วยให้คนใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น

2. เพลงที่บรรยายหรือ สารภาพความเชื่อออกมา ได้แก่

- เพลงที่พูดถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำ

- เพลงในลักษณะเป็นศาสนศาสตร์ ในเรื่องความเชื่อ หรือหลักข้อเชื่อ

- เพลงที่ร้องให้แก่กันและกันหนุนใจกัน

- เพลงที่อ้างอิงอยู่กับพระคัมภีร์

- ตัวอย่าง : พระเยซู พระเยซู พระองค์ฟื้นขึ้นจากความตาย, พระคุณพระเจ้า

- เพลงที่ใช้ตอบสนองคำเทศนา

3. เพลงที่ใช้สำหรับการหนุนน้ำใจ มีลักษณะดังนี้

- เป็นเพลงที่ก่อให้เกิดความรู้สึกท้าทาย เร้าใจในการดำเนินชีวิต

- อาจเป็นเรื่องราวพระกิตติคุณ, หนุนใจให้รักกันและกัน

- เพลงที่เรียกร้องให้ดำเนินชีวิตบริสุทธิ์ หรือหนุนใจให้อดทนในการอธิษฐาน

- เพลงที่หนุนใจให้ดำเนินชีวิตด้วยการเชื่อฟัง เพื่อจะปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

วิธีพิจารณาในการเลือกเพลง ในการเลือกเพลงควรมีคำถามดังนี้

1. ควรจะใช้เพลงแนวใดก่อน เพื่อให้มีทิศทางในการนมัสการ บทเพลงที่เตรียมสำหรับการนมัสการควรมีเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรสับสนไร้ทิศทางจะทำให้การนมัสการเกิดความสับสนเนื่องจากที่ประชุมจะเกิดความรู้สึกว่ามีหลายทิศทางในเวลาเดียวกัน การเตรียมเพลงที่มีทิศทางเดียวกันทำให้การนมัสการดำเนินไปสู่จุดหมายเดียว ( คือที่กางเขนพระเยซู )จะ ช่วยให้ที่ประชุมมีเป้าหมายชัดเจนขึ้นในการนมัสการ ดังนั้นก่อนเตรียมเพลงนมัสการควรที่จะตั้งคำถามว่าทำไมจึงเลือกเพลงนี้และควรวางเพลงนี้ไว้ตรงไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด

2. เพลงที่ใช้นั้นเป็นเพลงที่สะท้อนความจริงในพระคำพระเจ้าหรือไม่ เราพบว่าหลายๆบทเพลงคริสเตียนบางครั้งก็ถูกเขียนอย่างไม่เป็นสาระเป็นจำนวนมาก และมีไม่น้อยที่ผิดหลักศาสนศาสตร์และบางครั้งเป็น อันตรายต่อความเชื่อที่มีอยู่ซึ่งสมควรที่จะถูกจัดการออกไป

หากท่านพบว่าในบทเพลงนั้นมี 3 ท่อน ท่อนแรกใช้ได้ ท่อนที่ 2 ใช้ไม่ได้ก็ต้องตัดท่อนนั้นทิ้งไป ทั้งนี้

ควรตรวจทานเนื้อหาให้ดีเสียก่อน อาจใช้วิธีสอบถามความเห็นของบุคคลหลายๆ คนก่อนที่จะนำเพลงไปใช้

3. เพลงที่ใช้มีความสมดุลย์หรือไม่ มีความเหมาะสมของบทเพลงราบรื่นหรือเกิดอาการสะดุด

ควรตระหนักถึงความแตกต่างของเพลง เช่น เนื้อหา จังหวะ คีย์ อารมณ์ ความยากง่าย พยายามจัดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้เข้ากันให้ได้และเหมาะกับที่ประชุมที่สุด ตัวอย่างเช่น หากท่านใช้เพลงที่มีความเร็วเท่ากันทุกเพลง หรือมีเสียงสูงมากๆ ที่ประชุมก็จะเบื่อหรือ เหนื่อยเกินไปก็อาจทำให้เป็นปัญหาในการนมัสการได้

3. ท่านเป็นผู้ที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์หรือเปล่า การเป็นผู้แสวงหาสิ่งใหม่ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

ปัจจุบันมีแหล่งที่จะช่วยท่านได้มาก เนื่องจากมีค่ายเพลงหลายค่ายที่ได้ผลิตเทป ซีดี และหนังสือเพลง ( ซึ่งควรระมัดระวังในการเลือกใช้สิ่งเหล่านั้นด้วยวิจารณญาน ) บางค่ายเพลงก็ได้แต่งขึ้นเอง เพลงเก่าๆ ที่คนไทยใช้มานานแล้วซึ่งมีเนื้อหาดี บางเพลงก็เก่ามากไป จงเลือกใช้ให้สดใหม่และระมัดระวัง วิธีจะช่วยให้มีเพลงใช้มากขึ้น

- สังเกตคริสตจักรอื่นว่าใช้เพลงอะไร

- จากเทป หรือ ซีดี จากแหล่งต่างๆ

- เพลงจากการประชุมต่างๆ บางครั้งอาจมีสิ่งดีที่นั่น

4. สิ่งที่ท่านกำลังทำนี้ทำโดยพระเจ้าและเพื่อพระเจ้าหรือไม่ สิ่งใดเป็นศูนย์กลาง หรือเป้าหมายที่แท้จริง

ในประการสุดท้ายที่ดูเหมือนจะสำคัญที่สุดก็คือการเลือกที่จะพึ่งพาพระเจ้าอธิษฐานขอการทรงนำในการเลือก ขอให้พระปัญญาและการช่วยเหลือเผื่อบทเพลงที่ท่านเลือกนั้นจะเป็นพระพรต่อที่ประชุมและที่สำคัญก็คือเพื่อถวายแด่พระเจ้าและปรนนิบัติพระองค์

ขอพระเจ้าอวยพร