Home บทความนมัสการ การพัฒนาทีมนมัสการ การเคลื่อนไปด้วยกันในการรับใช้ของทีมนมัสการ

การเคลื่อนไปด้วยกันในการรับใช้ของทีมนมัสการ

บทความการนมัสการ - การพัฒนาทีมนมัสการ

การเคลื่อนไปด้วยกันในการรับใช้ของทีมนมัสการ

เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน


ผู้นำนมัสการเพื่อการนำที่มีประสิทธิภาพ  ผู้นำนมัสการ

ต้องมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงต่อสิ่งเหล่านี้ :

1. ความสัมพันธ์กับ ตัวเอง

-      มีการยอมรับในตนเองอย่างสมบูรณ์   คุณจะไม่ได้การยอมรับจากผู้อื่น ในสิ่งที่คุณไม่มีให้กับตัวคุณเอง
-       ความมั่นใจในตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งสิ่งนี้มาจากความเชื่อภายในของการทรงเรียก จากพระเจ้าซึ่งสนับสนุนให้เราผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากได้  (ความเชื่อมั่นสูงเกินไปเป็นสิ่งที่เลวร้ายพอๆ กับการขาดความเชื่อมั่นเช่นกัน)
-      ไม่แก้ตัวในงานรับใช้ของตนเอง 
-      อย่าสร้างความสงสัยในตัวเอง  อย่ามองเข้าไปในสถานการณ์ต่างๆ ที่ยังมองไม่เห็น  การมองไปที่ใบหน้าที่นิ่งเฉยของที่ประชุมทำให้ง่ายต่อการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว  บางทีคนนั้นอาจกำลังปวดศีรษะอยู่ (สงสัยในสิ่งที่คุณสงสัย และเชื่อในสิ่งที่คุณเชื่อ ! )
-      อย่าตอบสนองต่อสิ่งที่เป็นสภาพแง่ลบตลอดกาล ซึ่งคุณอาจคิดขึ้นมาเองได้   อย่าตกลงไปสู่การผูกมัดตนเอง  จงละไว้กับพระเจ้า
-      อย่าปกป้องงานรับใช้ของตนเองมากจนเกินไป ซึ่งนำไปสู่การแก้ตัวต่างๆนาๆ

2. ความสัมพันธ์กับพระเจ้า

-     ความรักของพระองค์ :   คุณไม่สามารถนำคนให้ไปไกลกว่าสิ่งที่คุณเป็น   คุณไม่สามารถนำพาผู้อื่นไปสู่ความรักของพระเจ้าได้ หากคุณยังไม่รู้จักความรักพระเจ้าในตัวคุณ   จงเป็นแหล่งแห่งการฟื้นใจสำหรับผู้ที่กระหาย
-     การยกโทษของพระองค์ :  นอกจากที่คุณจะซาบซึ้งสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อคุณแล้ว  คุณอาจจะใช้ตำแหน่งของคุณเพื่อหนุนน้ำใจตัวเองด้วย  พระเยซูทรงตรัสว่า บุคคลที่ได้รับการอภัยมาก ก็รักมาก  พวกเราล้วนแต่ได้รับการยกโทษอย่างมาก
-     ความบริสุทธิ์ของพระองค์   :   คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของพระเจ้าคือ ความบริสุทธิ์ของ พระองค์   ในพระธรรมวิวรณ์ เหล่าบรรดาทูตสวรรค์ไม่ได้ร้องว่า “ความรัก  ความรัก   ความรัก.......พระจ้า.... ”   แต่ ร้องว่า “บริสุทธ์  บริสุทธ์  บริสุทธ์......พระเจ้า....”
-      การรับใช้ของคุณ ไม่สามารถแยกออกจากชีวิตของคุณได้  แต่เป็นการดำเนินชีวิตที่ยาวนานและตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงชั่วโมงเดียวที่นำนมัสการเท่านั้น  ดังนั้น ก่อนที่คุณจะสามารถเป็นบุรุษต่อหน้าผู้อื่นได้ คุณต้องเป็นบุรุษต่อหน้าพระเจ้าเสียก่อน
-     พระสุรเสียงของพระองค์ :   มีความสามารถที่จะเข้าใจการทรงนำของพระองค์ ไม่เช่นนั้นแล้วคุณไม่สามารถที่จะนำทิศทางได้   การนำจะง่ายหมายถึงการเชื่อมโยงบทเพลงแต่ละเพลงด้วยกันอย่างเป็นระเบียบ  
-      เชื่อในการตัดสินใจของตัวเอง  ให้สันติสุขของพระเยซูคริสต์เป็นผู้นำทิศทางของคุณ คส. 3:15    และจงให้สันติสุขของพระคริสต์ครองจิตใจของท่าน  พระเจ้าทรงเรียกท่านไว้ให้เป็นกายเดียวด้วย  เพื่อสันติสุขนั้น  และท่านจงมีใจกตัญญู
-     เหล่าบรรดาทูต ผู้ซึ่งต้องกล่าวแทนกษัตริย์จะต้องอยู่ใกล้ชิดกับบัลลังก์อยู่เสมอ
-     งานรับใช้ของพระองค์   :   อย่าพยายามวัดขนาดงานนรับใช้ของพระวิญญาณในที่ประชุม   พระองค์ทรงกระทำมากกว่าที่เราเห็นเสมอ   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเหนื่อยหรือรู้สึกไม่ดี เราอาจคิดว่า “ฉันไม่รู้สึกเลยว่าการนมัสการนั้นดี ดังนั้นมันจึงไม่ดีเลย”
-      อย่ายอมแพ้ อย่าเลิกรา แม้ว่าไม่มีแววของการเกิดผลเลย จงจำไว้ว่า เราถูกเรียกมาเพื่อให้เชื่อฟังและไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จ
-      รับใช้โดยความเชื่อ ไม่ใช่ตามที่ตามองเห็น  คริสตจักรอาจต้องผ่านเวลาแห่งความยากลำบาก
-     อย่าด่วนสรุป  การนมัสการอาจ “ราบเรียบ” เพราะการที่ไม่มีสิ่งใดหวือหวา ไม่ใช่ เพราะเหตุว่ามีความบาป

3. เข้าใจงานรับใช้ของคุณ

-     ในการที่คุณได้รับอนุญาติให้นำนมัสการ  การรับใช้นั้นอยู่ภายใต้ความไว้วางใจของคุณ  อย่านำไปใช้ในทางที่ผิดโดยการทำบางสิ่งบางอย่างซึ่งคุณรู้ว่าอาจทำให้เกิด    ปัญหา
-     อย่าประกาศว่า คุณกำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่เจาะจงแน่ชัด และต่อมาคุณก็พบว่า  มันไม่ได้เป็นไปตามนั้นในการรับใช้ของคุณ เป็นเหมือน พรมใต้เท้าของคุณนั้นถูกดึงออกจากเท้าไป ดังนั้นจงเตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับสิ่งที่ไม่ได้คาดคิด ไม่ว่าคุณจะหนุนใจให้เต้นรำ, ร้องเพลงจากใจและอื่นๆ  จงตกลงกันล่วงหน้าในทิศทางที่จะเป็นไปได้อย่างกว้างๆ ไว้ก่อน
-     อย่าตำหนิ อย่าพูดเกรี้ยวกราดกับที่ประชุม  จงละการตักเตือนว่ากล่าวนั้นเสีย อย่าทำสิ่งนี้เลยไม่ว่าจะเป็นในทางตรงหรือทางอ้อม งานรับใช้ของคุณนั้นเพื่อการปลอบประโลมไม่ใช่เพื่อการลงโทษ
-     อย่าล่วงเลยเวลาที่คุณได้รับ นอกจากว่าคุณได้รับอนุญาตที่จะทำ
-     มีการพบปะหลังจากการประชุม  อาจมีความจำกัดในการประเมินสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำแต่เราสามารถประเมินสิ่งที่เราทำได้  อย่าหยุดเพียงแค่ได้รับสิ่งที่เป็นรองแต่ให้กำจัดสิ่งที่ขัดขวางที่ประชุมจากการที่ควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดแก่พวกเขา

4. ความสัมพันธ์กับนักร้อง นักดนตรี

-     ผู้นำต้องเป็นผู้ที่เข้าใจตะลันต์และอารมณ์ของคนเหล่านั้นที่อยู่ภายใต้การดูแลของตน  ผู้นำต้องรู้ว่าระดับความสามารถและความจำกัดของพวกเขา  รู้วิธีที่จะเหยียดพวกเขาออกโดยปราศจากการทำลายพวกเขา  รู้วิธีที่จะนำเอาสิ่งที่ดีที่สุดของพวกเขาออกมา 
-      สามารถมีความเข้าใจ เมื่อพวกเขากำลังสูญเสียความมั่นใจและความชื่นชมยินดี
-     เป้าหมายนักร้องนักดนตรีคือต้องอยู่เพื่อส่งเสริมงานฝ่ายวิญญาณและพัฒนาดนตรีของตนภายใต้การดูแล และการที่จะทำให้หน้าที่นี้สำเร็จ เขาต้องทำหลายสิ่งเช่น

ก. วางความปรารถนาส่วนตัวของเขาลงยกความปรารถนาของพระเจ้าขึ้น  พระเยซูได้ทรงสละพระองค์ เอง เพื่องานรับใช้ของพระองค์

ฟป.2:7 แต่ได้กลับทรงสละ  และทรงรับสภาพทาส  ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์

ข. ได้รับสิทธิอำนาจอยู่เหนือผู้ที่อยู่ในงานดูแลของเขา  ความสามารถและ

การเจิมที่ปราศจาก การให้สิทธิอำนาจก็ นำไปสู่การเสื่อมสลาย

ค. ได้รับการยอมรับจากผู้ที่อยู่ภายใต้เขา

5.  ความสัมพันธ์กับ ที่ประชุม

-     เพิ่มความไว้วางใจให้กับที่ประชุม  ความสามารถของคุณในการนำ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของที่ประชุมที่จะตามคุณ
-     จงไว้วางใจพระเจ้าในตัวพวกเขา  ถ้าใบหน้าของที่ประชุมดูราวกับว่าไร้อารมณ์เหมือนคนอาบแดด  อย่าใส่ใจบนความรู้สึกแรกที่เห็นนั้น แต่นำเขาต่อไปอย่างนุ่มนวล อย่ากดดันพวกเขา ให้ดนตรีทำหน้าที่ในตัวของมันเอง
-     อย่าพยายามที่จะสร้วงความประทับใจ   จงเป็นผู้ที่พระเจ้าพอพระทัย ไม่ใช่มนุษย์พอใจ
-     อย่าจ้องมองอยู่แต่คนกลุ่มน้อยที่ไม่ตอบสนอง  อย่าให้ซาตานสร้างภาพล้อเลียนพวกเขา  ทุกคนมีความต้องการ แม้ว่า คนเหล่านั้นที่ “ยาก” มันก็อาจเปลี่ยนแปลงได้  ความสัมพันธ์ของเรากับทุกคนสามารถเกิดขึ้นได้แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ไปทางเดียวกับเรา    
-      จงรู้และยอมรับความจำกัดของที่ประชุม   คุณไม่สามารถเคลื่อนการนมัสการได้ถ้าไม่มีคนที่นั่นแต่คุณยังสามารถนำคนที่ไม่นมัสการเข้าสู่การนมัสการได้   คำถามอยู่ที่ว่า “พวกเขา  ต้องการจะนมัสการหรือไม่?”
-     อย่าไปในอัตราที่ช้ามากๆ  ถ้าคุณทำเช่นนั้น คุณจะไม่ไปไหนเลย เพราะว่าพวกเขาจะรู้สึกเหมือนกับว่าเท้าถูกฝังลงดิน !
-     หนุนใจทุกคนที่จะอธิษฐาน, ใช้ของประทาน หรือ กล่าวคำพยาน  ในเวลาที่เหมาะสม   จงกล่าวประโยคซ้ำอีกครั้งเมื่อคุณรู้สึกว่าที่ประชุมอาจไม่ได้ยิน
-     รีบแก้ไขความสัมพันธ์ที่คุณเสียไป  เปิดโอกาสการสื่อสาร สร้างสะพานเชื่อมกับคนที่ไม่สามารถสบตากับคุณได้  อธิษฐานให้พวกเขาถามคำถามที่ถูกต้องต่อพระเจ้า

ทีมนักร้องนักดนตรี

1.  การจัดการ

-     มีหัวหน้านักดนตรี  :   ภายใต้ดาวิด นักดนตรี 4,000 คน ใน 24 ระดับ ได้มีส่วนร่วมในการสรรเสริญพระเจ้า

1 พศด.23:5-6 5 สี่พันคนเป็นนายประตู  และอีกสี่พันคนจะถวายสรรเสริญแก่พระเจ้าด้วยเครื่องดนตรี  ซึ่งเราได้สร้างไว้ให้ใช้สรรเสริญ"   6 และดาวิดทรงจัดแบ่งเป็นกองๆ ตามบุตรเลวี  คือเกอร์โชม  โคฮาท และเมรารี  ผู้นำได้รับการแต่งตั้งเพื่อดูแลพวกเขา

1 พศด. 15:16 16ดาวิดได้ทรงบัญชาแก่บรรดาหัวหน้าของคนเลวีให้แต่งตั้งพี่น้องของ เขา  ให้เป็นนักร้องเล่นเครื่องดนตรี  มีพิณใหญ่  พิณเขาคู่  และฉาบเพื่อทำเสียงดังด้วยความชื่นบาน

1พศด.15:22 22 เคนานิยาห์หัวหน้าของคนเลวีในเรื่องเพลงเป็นผู้อำนวยการเพลง  เพราะขาเข้าใจดี

1พศด.16:5  5 อาสาฟเป็นหัวหน้า  และรองท่านคือเศคาริยาห์  เยอีเอล  เชมิราโมท  เยฮีเอล  มิททีธิยาห์  เอลีอับ  เบไนยาห์  โอเบดเอโดม  และเยอีเอล  ผู้ซึ่งจะเล่นพิณ ใหญ่และพิณเขาคู่  อาสาฟเป็นคนตีฉาบ

นหม. 12:42 42 และมาอาเสอาห์  เชไมอาห์  เอเลอาซาร์  อุสซี  เยโฮฮานัน  มัลคิยาห์  เอลามและเอเซอร์  และบรรดานักร้องได้ร้องเพลง  มี  ยิสรายาห์เป็นหัวหน้าของเข

บ่อยครั้งที่เรามีปัญหากับการจัดการเพียงแค่นักดนตรี 4 คน และปล่อยอีก 4,000คน ไว้เพราะว่าเรามีหัวหน้ามากเกินไปและมีคนทำงานไม่เพียงพอ     หัวหน้านักดนตรีหนึ่งคนนั้นจำเป็นต้องได้รับการแต่งตั้งขึ้น

-     มีนักดนตรี  :  ต้อง เป็นผู้ที่ได้รับการเลือกสรร  (1พศด.15:16, 1พศด. 16:41) 41   เฮมานและเยดูธูนอยู่กับเขาทั้งหลายและบรรดาคนอื่นที่ถูกเลือก  และบ่งชื่อไว้ให้ถวายโมทนาแด่พระเจ้าเพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์

2 พศด. 29:25 แล้วพระองค์ทรงให้คนเลวีประจำอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า  มีฉาบ  พิณใหญ่  และพิณเขาคู่  ตามบัญญัติของดาวิดและของกาดผู้ทำนายของพระราชา  และของนาธันผู้เผยพระวจนะ  เพราะว่าพระบัญญัตินั้น มาจากพระเจ้าทางผู้เผยพระวจนะของพระองค์

นหม.7:1 เมื่อสร้างกำแพงเสร็จข้าพเจ้าก็ตั้งบานประตูและผู้เฝ้าประตู  นักร้องเพลงและแต่งตั้งคนเลวีไว้ ม่ใช่ใครบางคนที่สามารถเล่น หรือ ถูกขอให้เล่น   แต่มันเป็นงานที่ต้องจริงจัง บางคริสตจักรเน้นในเรื่องนี้ด้วยการวางมือ แต่งตั้งให้ทำหน้าที่นี้

1ทธ.4:14 อย่าละเลย ความสามารถที่มีอยู่ในตัวท่าน  ซึ่งได้ทรงประทานแก่ท่านตามคำพยากรณ์  เมื่อคณะผู้ปกครองได้เอามือวางบนท่าน นักดนตรีเป็นผู้ที่ถูกแยกออกเพื่อปรนนิบัติพระเจ้า

1พศด.25:1 ดาวิดและบรรดาหัวหน้าของผู้ปรนนิบัติได้จัดแยกบางคนไว้คือจากบุตรหลานของอาสาฟ  และของเฮมานและของเยดูธูน  ผู้ซึ่งจะเผยพระวจนะด้วยพิณเขาคู่  ด้วยพิณใหญ่และด้วยฉาบ
-      สิ่งที่เป็นข้อเรียกร้องสำคัญอยู่เสมอคือ การทรงเรียก ไม่ใช่ตะลันต์ความสามารถ   คุณภาพนั้นต้องดูจากการมอบถวาย, การยอมจำนน, ความรู้สึกอ่อนไหว และทักษะ  ลำดับความสำคัญนั้น คือ
ก.  คุณลักษณะฝ่ายวิญญาณ  และ
ข.  ความสามารถ ทางดนตรี

2. การผูกพันตัว

- นักดนตรี   :  นักดนตรีในพระคัมภีร์เดิมเป็นผู้ที่จงรักภักดีและซื่อสัตย์ในหน้าที่ของเขา

1พศด.6:32 เขาทั้งหลายทำการปรนนิบัติด้วยเพลง  ข้างหน้าพลับพลาเต็นท์นัดพบ  จนซาโลมอนได้ทรงสร้างพระนิเวศของพระเจ้าในเยรูซาเล็ม  และเขาได้ปฏิบัติ       หน้าที่ของเขาตามตำแหน่ง

นหม.12:45 และเขาทั้งหลายได้ทำการปรนนิบัติพระเจ้าของเขาและทำการชำระให้บริสุทธิ์  อย่างกับพวกนักร้อง  และพวกเฝ้าประตู  ได้กระทำตามพระบัญชา      
ของดาวิดและของซาโลมอนราชโอรสของพระองค์

หน้าที่ของพวกเขาไม่ได้ขึ้นๆ ลงๆ  ปัจจุบันนี้ นักดนตรีในคริสตจักรไม่ควรได้รับอนุญาติให้เข้าๆ ออกๆ ในวงดนตรี หรือเล่นเมื่อพวกเขาเกิดความรู้สึกที่ดี  ผู้นำต้องไม่เก็บความสงสัยไว้ไม่ว่านักดนตรีประจำคนนั้นจะปรากฏตัวออกมาในนาทีสุดท้ายหรือไม่   คนที่ไม่ได้มีส่วนในการซ้อมดนตรีไม่สมควรที่จะคาดหวังให้เล่นดนตรีในที่ประชุม

1พศด.16:37 ดาวิดจึงทรงให้อาสาฟและพี่น้องของท่านอยู่ที่นั่นต่อหน้าหีบพันธสัญญาของพระเจ้า  ให้ปรนนิบัติอยู่หน้าหีบนั้นเรื่อยไปตามงานประจำวันที่ต้องทำ

ตำแหน่งของนักดนตรีถูกวางไว้เพื่อปรนนิบัติต่อหน้าหีบพันธสัญญาตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง   บทเพลงในการสรรเสริญพระเจ้าไม่เคยจางหายไป  เราต้องรักษาความตั้งใจไว้อยู่เสมอแม้ว่าเราจะเหนื่อยหรือความกระตือรือร้นนั้นเฉื่อยช้าลงไป

นหม 10:39 เพราะประชาชนอิสราเอลและพงศ์พันธุ์เลวีจะนำส่วนบริจาค คือ ข้าว เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน  มายังห้องซึ่งเป็นที่เก็บเครื่องใช้ของสถานนมัสการ  และที่อยู่ของปุโรหิตผู้ปรนนิบัติและคนเฝ้าประตูและนักร้อง  เราจะไม่เพิกเฉยต่อพระนิเวศของพระเจ้าของเรา

พวกเขามีความตั้งใจที่จะไม่เพิกเฉยต่องานปรนนิบัติ อาจจะมีการทดลองที่ทำให้การรับใช้ของเราตกลงเมื่อเกิดความยากลำบาก, การนมัสการซ้ำซาก น่าเบื่อและคนไม่ตอบสนอง 
ความสามารถที่จำกัดถูกทดลองเหมือนอยู่ในถ้ำสิงโต   ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่คุณจะต้องเริ่มเกิดปัญหา แต่เป็นการที่คุณต้องสำเร็จ  เราต้องหนุนใจซึ่งกันและกันอยู่เสมอที่จะไม่ยึดติดกับสิ่งใด

1พศด. 13:8 และดาวิดกับอิสราเอลทั้งปวงก็ร่าเริงกันอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า ด้วยเต็มกำลังของเขาทั้งหลาย  ด้วยเพลง  พิณเขาคู่  พิณใหญ่ รำมะนา  ฉาบ  และแตร

-     การได้รับการสนับสนุนจากคริสตจักร :   นักดนตรีและนักร้องเป็นชนเผ่าเลวีที่ได้รับการสนับสนุนจากสิบลดของประชาชน

อสร. 7:16 พร้อมทั้งเงินและทองคำทั้งสิ้นซึ่งเจ้าจะหาได้ทั่วไปในมณฑลบาบิโลน                      พร้อมกับของถวายด้วยใจสมัครของประชาชนและปุโรหิต  เต็มใจบนไว้ถวายแด่พระนิเวศของพระเจ้าของเขา  ซึ่งอยู่ในเยรูซาเล็

นหม.11:23 เพราะมีพระบัญชาจากพระราชาถึงเรื่องเขา  และมีของปันส่วนที่ได้ตกลงกันไว้สำหรับนักร้อง  ตามที่ต้องการทุกๆวัน    บรรดานักดนตรีได้รับการดูแลฝ่ายวิญญาณด้วยเหล้าองุ่นและน้ำมัน

นหม.13:5 ได้จัดห้องใหญ่ห้องหนึ่งให้โทบีอาห์  เป็นห้องที่แต่ก่อนใช้เก็บธัญบูชา  กำยาน  เครื่องใช้ต่างๆ  และทศางค์ที่เป็นข้าว  เหล้าองุ่นใหม่ และน้ำมัน  ซึ่งเขาให้ไว้ตามบัญญัติให้แก่คนเลวี  นักร้อง  คนเฝ้าประตูและของบริจาคสำหรับปุโรหิต   และสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับครอบครัวของเขา

-      กดว.35:1-8      เช่นเดียวกัน ผู้นำคริสตจักรควรแสดงความห่วงใยต่องานด้านดนตรี  ในสิ่งต่างๆเช่น
ก. ฝ่ายวิญญาณ : ให้การหนุนใจต่องานรับใช้ของพวกเขา
ข. ในทางปฏิบัติ  : แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่เสียแล้วจะได้รับการทดแทน ถ้าเป็นสิ่งที่กำลังสร้างปัญหาให้พวกเขาก็จัดงบประมาณให้

3. การสามัคคีธรรม

-     ความผูกพันอย่างลึกซึ้งที่นักดนตรีในพระคัมภีร์เดิมมีเมื่อเราดูในการอยู่ร่วมกันของพวกเขา

นหม.10:28-29 ส่วนประชาชนนอกนั้น  บรรดาปุโรหิต  คนเลวี  คนเฝ้าประตู  นักร้อง  คนใช้ประจำพระวิหาร  และคนทั้งปวงผู้ได้แยกตัวออกจากชนชาติทั้งหลายของแผ่นดินเหล่านั้น  มาถือธรรมบัญญัติของพระเจ้า  ทั้งภรรยาของเขาบุตรชายบุตรหญิงของเขา  และคนทั้งปวงผู้มีความรู้และความเข้าใจ ได้สมทบกับพี่น้องของเขา  กับขุนนางของเขา  ได้เข้าในการสาบานและปฏิญาณที่จะดำเนินตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า  ซึ่งทรงมอบไว้กับโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้า  และที่จะปฏิบัติและกระทำตามพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา  และตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ของพระองค์

เราจะไม่สามารถพัฒนาได้หากว่าเราพบกันเพื่อฝึกซ้อมเท่านั้น ในบางคริสตจักรทีมนักดนตรีพบกันเป็นกลุ่มในบ้าน  สิ่งนี้เป็นนอกเหนือจากการซ้อม  แน่นอนสิ่งนี้หมายความว่ากลุ่มบ้านอื่นๆ ขาดนักดนตรีที่มีทักษะ แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นเพื่อการอธิษฐานเป็นกลุ่มซึ่งกันและกัน การอ่านพระวจนะพระเจ้าและการนมัสการร่วมกัน
-      ถ้าเราต้องการจะเสริมสร้างชีวิต  เราจำเป็นต้องเป็นในสิ่งที่เราต้องการให้คนอื่นเป็น 
-      ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  เมื่อคนร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว  ที่นั่นพระเจ้าจะทรงบัญชาพระพรลงมา

สดด.133:1 – 3 ดูเถิด  ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ก็เป็นการดี  และน่าชื่นใจมากสักเท่าใด เหมือนน้ำมันประเสริฐอยู่บนศีรษะไหลอาบลงมาบนหนวดเครา  บนหนวดเคราของอาโรน  ไหลอาบลงมาบนคอเสื้อของท่าน เหมือนน้ำค้างของภูเขาเฮอร์โมน  ซึ่งตกลงบนเทือกเขาศิโยน  เพราะว่าพระเจ้าทรงบังคับบัญชาพระพรที่นั่น  คือชีวิตจำเริญเป็นนิตย์

สิ่งที่เราจะเกิดผลอย่างมากเท่ากับความสัมพันธ์ที่เรามีต่อกัน และ ความสัมพันธ์นั้นจะดีเช่นเดียวกับการสื่อสารที่ดีต่อกัน

4. การปรนนิบัติรับใช้

-     ใน อพย. 3:14  พระเจ้าอ้างถึงพระองค์เองว่า “เราเป็น” ไม่ใช่ “เราทำ”   การกระทำต้องออกมาจากสิ่งที่เราเป็น  เราปรนนิบัติรับใช้สิ่งที่เรา “เป็น” ในความสัมพันธ์ของเรา  ประสานกันหรือไม่ประสานกันจะสะท้อนออกมาทางดนตรีของเรา   คุณไม่สามารถที่จะปิดบังไว้ได้

ความมีประสิทธิภาพของการรับใช้ของเรานั้นจะเป็นไปตามสัดส่วนของขนาดที่นักดนตรีแต่ละคนมีความสามารถในสิ่งต่อไปนี้

ก.  ทำงานเพื่อเกิดสิ่งดีแก่ผู้อื่น :  ความดื้อดึงและความปรารถนาจะให้คนจดจำเขาได้  สามารถบั่นทอนหรือลดระดับของการรับใช้ของเรา  “เมล็ดพืชจะเป็นเมล็ดพืชอยู่อย่างนั้น นอกเสียจากว่า มันจะตกลงบนดินและเน่าเปื่อยเสียก่อน”  ยน.12:24

ข.  เปิดใจกับผู้อื่น :  คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความอ่อนแอของตนเอง  นักดนตรีบางคนรู้สึกว่าพวกเขามีบางสิ่งที่พยายามเก็บซ่อนไว้   และเขามีข้อแก้ตัวที่ดีเสมอ (บ่อยครั้งที่เกิดขึ้นจากความเจ็บปวด) สิ่งนี้สามารถเป็นอุปสรรคในการแสดงความรักที่มีต่อกัน  บรรยากาศความห่วงใยของกลุ่มสามารถยกระดับความรักความผูกพันภายในกลุ่มได้

ค.   ยอมรับการตักเตือนจากผู้อื่น :   ความสัมพันธ์นั้นมีความหมายเพื่อสิ่งที่พระเจ้าทรงหล่อหลอมเราเพื่อสิ่งที่ดีกว่า  พระเจ้าไม่สามารถช่วย “คนเข้มแข็ง”  พระองค์สามารถใช้สภาพแวดล้อมในทีมให้เปรียบเหมือนหม้ออัดแรงดันที่นำสิ่งที่จริงเกี่ยวกับตัวของเราออกมา  (ทั้งที่ดีและเลว)สร้างตัวเราเอง   เราอาจไม่ได้ตระหนักว่า เรากำลังมองหาเครดิตให้ตนเองอยู่เสมอ   ไม่มีสิ่งใดสร้างความหยิ่งได้ดี มากไปกว่าตำแหน่งของเขา

ง.    มีความประทับใจผู้อื่น : สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เมื่อนักดนตรีประเมินค่าตนเองต่ำเมื่อต้องเปรียบเทียบกับผู้อื่นในสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่พวกเขา

สรุป.....หลักการเหล่านี้ที่กำลังเคลื่อนอยู่ในเรา จะเป็นกำลังในการรับใช้  ดนตรีที่ปราศจากองค์ประกอบนี้ และยังไม่ได้รับการตอบสนองจากที่ผู้คนที่เกี่ยวข้อง มันจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในงานรับใช้ด้านการนมัสการเลย