| บทความการนมัสการ - การพัฒนาทีมนมัสการ |
ท่าทีในใจกับทักษะของนักดนตรีเขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน |
ผมพบปัญหานี้มาโดยตลอดคือ “ท่าทีในใจ” และ “ทักษะความสามารถ” ของนักร้องนักดนตรี อย่างใดมีความสำคัญมากกว่ากัน บางคนเป็นคนที่มีทักษะด้านดนตรีดีมากในคริสตจักร หาใครที่มีความสามารถเช่นนี้ยาก แต่ก็มีลักษณะชีวิตบางด้านที่เป็นปัญหา เขาสนใจและรักดนตรีที่เขาเล่นมากกว่ารักพี่น้อง หรือไม่สนใจจะสามัคคีธรรมกับคนอื่นๆ หรือแม้แต่ไม่รักที่จะฟังพระคำของพระเจ้า ในทำนองเดียวกัน มีนักดนตรีบางคนที่เอาเป็นเอาตายกับการที่จะฝึกซ้อม แต่ก็ไม่ได้พัฒนาตนเองไปได้สักเท่าไรหากแต่เขามีชีวิตกับพระเจ้าดีมากมาก ระหว่างคนสองประเภทนี้ ผู้นำควรจะเลือกใครก่อน เพื่อให้มารับใช้บนเวทีร่วมกับทีมนมัสการ
ในอุดมคติ ทุกคนคงจะเลือกคนที่มีท่าทีในใจเหมาะสมไว้ก่อน และให้ทักษะเป็นสิ่งที่ตามมาภายหลัง แต่คุณก็จะไม่มีดนตรีที่ดีในคริสตจักรขณะนั้น เนื่องจากต้องใช้เวลาอีกนานกว่านักดนตรีเหล่านั้นจะเก่งขึ้นมา
ในทางปฏิบัติ เราควรจะทำอย่างไร หากเราจำเป็นต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว
ประการแรก อย่าพยายามเอาการฝึกซ้อมหรือมาตรฐานใดๆ มาเป็นตัววัดว่าใครอยู่ในข่ายที่คุณยอมรับได้หรือไม่ได้ โดยตั้งเพดานไว้ตายตัว แต่คุณควรคิดว่า ท่าทีในใจของนักดนตรีที่เขาฝึกซ้อมตามการเรียกร้องของกลุ่มหรือทีม เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนชั่วโมงที่ได้ คุณอาจจะต้องปรับหรือยืดหยุ่นบ้าง เพื่อช่วยให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดในจิตใจ
ประการต่อมาก็คือ คุณต้องรู้ให้ได้ว่า คนเหล่านั้นเป็นคนที่นมัสการพระเจ้าจากจิตใจของตนหรือเปล่า คุณสัมผัสในฝ่ายวิญญาณได้ไหมว่า เขามีหัวใจที่อยู่เพื่อพระเจ้า เขาเป็นคนที่หิวกระหายพระเจ้าหรือไม่ หากพบว่าเขาเป็นเช่นนั้นจงช่วยเขาให้นำธรรมชาติเด่นนี้ช่วยคนอื่นๆ ให้นมัสการพระเจ้า อธิษฐานเผื่อเขา ใช้เวลากับเขา ให้เขามีความปรารถนาจะเติบโตขึ้นในการปรนนิบัติรับใช้ในทีมนมัสการ
สำหรับบางคนที่มีใจกระตือรือร้นจริงๆ ที่จะรับใช้ แต่มีความจำกัดในทักษะ คงต้องใช้เวลารอคอยต่อไป อย่าคาดหวังไกลกว่าที่เขาจะไปถึง ซึ่งมันอาจจะไปทำลายความเชื่อมั่นในตนเองของเขา ถ้าเป็นได้คุณควรอนุญาตให้เขามีส่วนในสิ่งที่ไม่สำคัญไปก่อน อาจให้เล่นบางเพลง หรือในบรรยากาศที่ไม่สำคัญต่างๆ ที่มีโอกาสบ้าง แนะนำให้เขาเรียนรู้และฝึกฝนต่อไป ปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือ จะทำอย่างไรกับคนที่มีทักษะดี แต่มีปัญหาในเรื่องท่าทีในใจ หรืออาจมีลักษณะชีวิตบางด้านไม่พร้อมจริงๆ คงเป็นเรื่องที่ยากกว่าคนที่ขาดทักษะ การที่คุณจะแก้ปัญหากลุ่มคนเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ต้องใช้สติปัญญาและความอดทน ผมแนะนำว่าอย่าทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองอยู่ในประเภทชีวิตไม่เหมาะสม หากแต่เพียง “ไม่พร้อม” เท่านั้น เพื่อเขาจะได้กลับคืนมาอีกในเวลาต่อมา ความ “ไม่พร้อม” ของใครบางคน ไม่ได้หมายความว่า เขาไม่สามารถจะปรนนิบัติรับใช้สิ่งใดได้เลย ในคริสตจักรหรือในทีมนมัสการมีงานรับใช้มากมาย บางด้านที่ไม่ต้องการคุณลักษณะฝ่ายวิญญาณชัดเจนมาก หรือมีความสำคัญน้อยกว่างานอื่นๆ คุณก็อาจให้เขามีส่วนร่วมได้ เช่น การดนตรีนมัสการมีหลายระดับด้วยกัน จากกลุ่มแคร์เล็กๆ ขึ้นไปสู่งานนมัสการระดับที่ประชุมใหญ่ๆ สำคัญมากๆ คุณอาจจะต้องยอมให้เขาอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งก่อน รอคอยให้มีการเปลี่ยนชีวิตในโอกาสต่อไป คุณลักษณะชีวิตเช่นใดที่เราเรียกว่า “ไม่พร้อม” ในฝ่ายวิญญาณ หรือมีท่าทีในใจที่ไม่อาจยอมรับได้โดยทั่วไป ผมจะยกตัวอย่างบางด้านเท่านั้นเพื่อเป็นแนวทาง หากแต่ผู้อ่านอาจจะมีแนวคิดที่เป็นของท่านเองที่แตกต่างไปจากผมก็ได้
ท่าทีในใจที่รักดนตรี หรือรักเครื่องดนตรีของตนมากกว่าสิ่งใดๆ สิ่งที่เห็นได้จากบุคคลกลุ่มนี้คือ ปรารถนาจะเล่น อยากมีส่วนร่วมในการแสดงบนเวที โดยไม่สนใจการนมัสการ ไม่สนใจการอื่นๆ ในฝ่ายวิญญาณ คนเหล่านี้จะยอมทำทุกอย่างเพื่อจะให้ตนเองได้มีส่วนร่วมในการบรรเลงดนตรี เขายอมทำสิ่งนั้นๆ ตามที่คุณเรียกร้อง แม้เขาไม่เห็นด้วยอย่างมากก็ตาม และสุดท้ายคุณจะไม่พบตัวจริงของเขาเลย สิ่งที่ผมพบมาก็คือ หากคุณหยุดเขาไม่ให้มีส่วนร่วม เขาจะหนีจากคุณไปหาจุดยืนอื่นๆ ที่ผ่อนปรนกับเขาได้ทันที วิธีช่วยคนกลุ่มนี้คงต้องช่วยเปลี่ยนมุมมองจากตนเอง มาเป็นมุมมองที่พระคัมภีร์สอน และต้องใช้ความสัมพันธ์และเวลานาน เพื่อขอให้พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา
ท่าทีแห่งความหยิ่งและอวดตนเอง ในทางจิตวิทยาเรียกคนเหล่านี้ว่า พวกมี Ego สูง เป็นตัวของตนเอง ไม่ยอมรับความคิดเห็นจากใครง่ายๆ เป็นคนรับการเตือนสติไม่ได้ มีความพึงพอใจในตนเองมาก ชื่นชมความรู้ความสามารถของตนเอง และมองหาคนที่เด่นกว่าตนเองเพื่อจะยอมรับและก้าวไปให้ถึง ซึ่งมองว่าเป็นความทะเยอทะยานและไม่น่าจะเป็นสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด ปัญหาก็คือ เขาเป็นคนที่ทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ยาก มองจุดอ่อนของคนอื่นและนำจุดเด่นของตนไปปิดช่องว่างนั้นแทน คำวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ เป็นสิ่งี่เขารับไม่ได้ แม้มาจากผู้นำก็ตาม คนที่เขาจะฟังต้องเป็นคนที่เก่งกว่าเขาจนเขายอมรับเท่านั้น วิธีช่วยก็คือ การหาใครสักคนที่เขายอมรับมาช่วยดูแลเขาอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ หากคุณได้คนเหล่านี้ไว้ในสภาพที่กลับใจใหม่แล้ว จะเป็นพระพรอย่างยิ่งต่อคริสตจักร อย่างไรก็ตาม บางครั้งอาจต้องหาช่องให้เขาทำงานเพียงคนเดียว หรือหานักดนตรีที่อยู่ในระดับเดียวกับเขาหรือเก่งกว่าเขา จะทำให้เขาอยู่ในทีมงานได้ อย่างมีความสุข แต่ที่สุดแล้วเมื่อไม่มีวิธีใดที่จะช่วยเขาได้ ก็ปล่อยเขาไปดีกว่า ให้เขาไปตามทางของเขา บรรยากาศหนักๆ ในการนมัสการคงจะเบาลงเป็นแน่
อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะย้ำว่าพระเจ้าไม่ได้ปรารถนาดนตรีที่สมบูรณ์แบบ มากไปกว่าชีวิตที่นมัสการพระเจ้าอย่างถูกต้อง พระองค์ทรงพอพระทัยในคนที่นมัสการมากกว่าดนตรีที่นมัสการ คริสตจักรอาจจะขาดแคลนนักดนตรีที่มีความสามารถดี แต่คริสตจักรต้องไม่ขาดคนที่มีชีวิตถูกต้อง จงให้พระเจ้าทรงพบคนที่นมัสการอย่างถูกต้องดีกว่าให้พระองค์พบดนตรีที่ดี ถูกต้องในคริสตจักร
คริสตจักรส่วนใหญ่ขาดแคลนนักดนตรีที่เก่งและเชี่ยวชาญ ดังนั้นการเรียนรู้ว่าจะนมัสการพระเจ้า ทั้งๆ ที่ขาดเครื่องดนตรีบางชิ้นได้อย่างไรก็เป็นสิ่งจำเป็น บรรยากาศการนมัสการสามารถจะถูกยกขึ้นสูงได้แม้ไม่มีเบสและกลอง และจริงๆ แล้วเพลงสรรเสริญ เพลงนมัสการที่ขาดเครื่องดนตรีก็สามารถมีความไพเราะได้ หากคุณมีความรู้ในเชิงปฏิบัติอยู่บ้าง ผมแนะว่า ศิษยาภิบาลหรือผู้นำท้องถิ่นควรหาใครสักคนในคริสตจักรให้ทำหน้าที่ในการสร้างเสียงเพลงที่มีคุณภาพแทนท่าน ให้เขามี บทบาทหน้าที่เฉพาะในการพัฒนางานด้านดนตรีอย่างเจาะจง พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ จัดหาทีมงาน บุคลากร อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ สนับสนุนเขา แล้วคุณจะพบว่าคุ้มจริงๆ ที่ได้ลงทุนกับคนๆ นี้ เนื่องจากงานนมัสการเป็นเรื่องของคนมากกว่าเรื่องของดนตรีครับ
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


